บีอาร์ทีคันละ 8.6 ล้าน แพงจริง..หรือแค่อิจฉา

Thai Rath [23 เม.ย. 51 – 17:10]
http://www.thairath.co.th/news.php?section=hotnews02&content=87062

 
ทั้งที่คนเมืองหลวงต้องทนใช้บริการรถโดยสารประจำทาง ที่ปรับขึ้นราคาไม่หยุดหย่อน แต่คุณภาพการบริการ 20 ปีที่แล้วเป็นยังไง…วันนี้ยังเป็นอย่างนั้น

เป็นที่น่าเสียดาย ทางเลือกใหม่ในการเดินทางของคนกรุงเทพฯที่เพิ่งถูกจุดประกายขึ้นมา ได้ไม่เท่าไร…เป็นอันต้องล้มหมอนนอนเสื่อไปอีกแล้ว

เมื่อโครงการประมูลซื้อรถบีอาร์ที (BRT) หรือรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษของ กรุงเทพมหานคร ถูกขบวนการฮั้วประมูลขาใหญ่ ส่งนอมินีเข้าร้องเรียนแก้เกี้ยวต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่า การประมูลไม่โปร่งใส มีความไม่ชอบมาพากล…ทั้งที่ประมูลได้ในราคาต่ำกว่าที่ทางการตั้งไว้

กทม.ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่คันละ 8,639,498 บาท ประมูลครั้งแรกมีรายการซื้อซองประมูล ไปแล้ว เกิดมีรายการร่วมด้วยช่วยกันฮั้ว เบี้ยวไม่ยอมมายื่นซองประมูล

หวังบีบให้ กทม.ปรับเพิ่มงบประมาณขึ้นไป ประมูลในราคาคันละ 11 ล้านบาท

แต่ทาง กทม.กลับแข็งข้อ หักไม่ยอมงอยืนยันที่จะใช้งบประมาณเท่าเดิม เปิดประมูลใหม่ครั้งที่ 2 ในที่สุดได้บริษัทชนะประมูลไปด้วย ราคาคันละ 8,617,276 บาท

ต่ำกว่าราคากลางที่ทางการกำหนดคันละ 22,222 บาท

ต่ำกว่าที่ขาใหญ่ต้องการประมูลในราคาคันละ 11 ล้าน…ถึงคันละ 2,382,724 บาท

ถึงจะถูกกว่า ประหยัดงบประมาณเงินภาษีประชาชนได้มากกว่า แต่ก็ยังสลัดภาพฮั้วไม่ได้… .เพราะยังติดข้อครหาในเรื่องราคา

รถเมล์อะไรคันละ 8 ล้านกว่าบาท

รถเมล์ทั่วๆ ไปที่เขาซื้อกัน ราคาแค่คันละ 4-5 ล้านเท่านั้นเอง ราคาแพงต่างกันถึง 3-4 ล้านอย่างนี้…ถ้าไม่ฮั้วไม่ล็อก ไม่มีทางที่จะแพงขนาดนี้ได้

ถ้าเปรียบเทียบกับรถเมล์ทั่วไป อย่างรถเมล์ ขสมก.ด้วยแล้ว…ต้องยอมรับความจริง เหมือนที่เขาว่า รถ BRT ราคาอภิมหาแพงจริงๆ

แต่ BRT ต่างกับรถเมล์ ขสมก.ราวฟ้าดิน

ถ้าเคยนั่งรถไฟฟ้า BRT หรือ รถไฟฟ้าใต้ดิน รฟม. ให้ลองหลับตาจินตนาการ เรานั่งอยู่บนรถไฟฟ้าคันเล็กๆ ยาวเท่ารถเมล์ ที่ไม่ได้วิ่งบนราง แต่วิ่งบนถนนในเลนเฉพาะ… นี่แหละรถ BRT ที่คน กทม.ใกล้จะได้นั่ง ได้ใช้บริการ แต่ก็ต้องแห้วไปอย่างทันตาเห็น

เพราะปล่อยให้ออกมาวิ่งเมื่อไร ฝ่ายที่ไม่ได้ประโยชน์ ไม่ได้คะแนนประชานิยมทนไม่ได้ เพราะรถเมล์สายพันธุ์ใหม่ของ กทม.นี้ สเปกที่วางไว้ ต้องบอกว่า…สุดอลังการ

เปรียบเหมือนเอารถเบนซ์ S500 มาวิ่งเป็นแท็กซี่เขียว-เหลือง

รถเมล์ทั่วไป รถสุดหรูของ ขสมก.ที่ใช้กันอยู่ รถเมล์ปรับอากาศ เครื่องยนต์ดีเซล มาตรฐานยูโร 2 ราคาคันละ 5 ล้านบาท

ส่วนรถ BRT สเปกเครื่องยนต์ใช้ก๊าซ NGV ต้องได้มาตรฐานยูโร 3

เฉพาะเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 3 เมืองไทยยังไม่เคยมีรถโดยสารคันไหน ใช้มาก่อน ราคาจะเท่าไรไม่รู้ ผู้รู้ในวงการแต่ไม่ประสงค์ออกนาม ให้เป็นที่ขัดเคืองขาใหญ่ในวงการและ นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลเหม็นขี้หน้าบอกว่า…ราคาค่าเครื่องยนต์มาตร ฐานยูโร 2 กับ ยูโร 3 น่าจะแพงกว่ากันไม่ต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3-4 แสนบาท

ระบบเกียร์ BRT กำหนดสเปกให้ใช้เกียร์อัตโนมัติ…รถเมล์ ขสมก. ที่ว่าหรูเลิศคันละ 5 ล้าน ใช้เกียร์ธรรมดา เป็นเกียร์จีนราคาชุดละ 34,000 บาทต่อคัน

ส่วนเกียร์อัตโนมัติสำหรับรถโดยสารขนาดใหญ่ ต้องใช้เกียร์ของสหรัฐ อเมริกา หรือไม่ก็เยอรมนี ราคาตกชุดละประมาณ 9,000 ยูโร ทำให้แพงขึ้นไปอีก 4-5 แสนบาท

จากระบบเกียร์มาระบบเบรก…รถเมล์ ขสมก. ใช้แบรกธรรมดา แต่ BRT กำหนดสเปกต้องเป็นดิสเบรก ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ที่รถต้องใช้แชสซีส์พิเศษ เพลาพิเศษสำหรับดิสเบรกโดยเฉพาะ

ตรงนี้ทำให้ตันทุนรถแพงขึ้นกว่ารถเมล์ธรรมดา อีกประมาณคันละ 1 ล้านบาท เพราะแชสซีส์รถเมล์ที่ติดตั้งดิสเบรกได้ มีผลิตอยู่แค่ใน เยอรมนี กับ ฮังการี เท่านั้น

มีดิสเบรกไม่พอยังต้องมีระบบเบรก EBS ที่สามารถควบคุมระบบเบรกกันล้อล็อกตายและมีระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งล้อหน้าล้อหลัง และระบบกระจายแรงเบรก

คนไม่รู้ ฟังแล้วอึ้งกิมกี่ สรุปง่ายๆ เอาเป็นว่า…ระบบเบรกเพื่อความปลอดภัยสุดๆ แบบนี้ จะมีได้เฉพาะในรถเก๋งหรูราคาแพง อย่าง รถเบนซ์ เป็นต้น

ส่วนระบบเบรกแบบรถเมล์ ขสมก.คันละ 5 ล้าน ไม่ต้องเอามาเปรียบเทียบให้อายเขา…เห็นกันอยู่ ที่พุ่งชนตึก ชนคนตาย ระบบเบรกก่อปัญหาทั้งนั้น

สเปกหรูอีกอย่างของ BRT ที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการรถโดยสารไทยนั่นก็คือ รูปโฉมองค์เอว

รถเมล์ทั่วไป ที่เราเห็นจะเป็นแท่งทรงสี่เหลี่ยม…แต่ BRT ต้องเป็นรถมีหน้าโค้งมน ตามหลักอากาศพลศาสตร์ มีรูปลักษณ์ที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

พูดง่ายๆ หน้าตาออกมาประมาณคล้ายๆ กับรถหัวจรวดล้ำยุคยังไงยังงั้น

เมื่อรูปโฉมรถไม่เหมือนรถเมล์ทั่วไป ผู้ผลิตจะต้องทำโมหรือแม่พิมพ์ขึ้นมาใหม่ ราคาแม่พิมพ์นั้นประมาณ 10 ล้านเท่านั้นเอง

ถ้าผลิตลอตเดียวทำออกมาหลายร้อยคัน จะคุ้มค่าแม่พิมพ์ แต่ถ้าทำแค่ 45 คันเหมือนที่ กทม.ต้องการ…ค่าโมใหม่จะทำให้รถแพงขึ้นไปอีกคันละ 2 แสนกว่าบาท

ที่ไม่เหมือนรถเมล์ทั่วไปอีกอย่าง…เมื่อรถจอดเทียบสถานี พื้นรถจะต้องมีความสูงเสมอพื้นสถานี แบบเดียวกับรถไฟฟ้า

ผู้โดยสารพิการนั่งรถเข็น สามารถเลื่อนรถเข็นเข้าไปในรถ BRT ได้เลย

ส่วนรถเมล์ ขสมก. พื้นรถเมล์สูงกว่าฟุตปาท คนพิการนั่งรถเข็นใช้บริการไม่ได้ เพราะเจออุปสรรค ต้องปีนขึ้นบันได 2-3 ขั้น

เฉพาะตรงนี้ จะต้องออกแบบรถใหม่ให้เหมือนรถไฟฟ้า ทำให้ค่าใช้แพงเพิ่มขึ้นอีกแค่ประมาณ 5,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 2 แสนบาท

ประตู…รถเมล์ปรับอากาศ ยูโร 2 ประตูมี 2 บาน ด้านหน้ารถกับกลางตัวรถ

รถ BRT ประตูอยู่ตรงกลาง ทั้ง 2 ข้าง เลื่อนเปิดปิดได้เหมือนรถไฟฟ้าพร้อมต้องมี ตัวเซ็นเซอร์ป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารถูกประตูหนีบ…นี่ก็เป็นอีกความเลอเลิศอลังการ ที่รถเมล์ทั่วไปไม่มี ผู้ผลิตต้องเปิดโม เปิดแม่พิมพ์ขึ้นมาใหม่อีกต่างหาก ค่ารถก็แพงขึ้นไปอีก

ยัง แค่นี้ยังไม่พอ…ยังมีระบบนำร่องอัตโนมัติ เวลาเข้าไปจอดรับส่งผู้โดยสาร รถจะต้องจอดโดยให้ประตูรถห่างจากขอบชานชาลาสถานี ไม่เกิน 7.5 ซม. เหมือนรถไฟฟ้า

จะไปจอดห่าง จอดเลนกลางเหมือนรถเมล์ ขสมก.ที่ให้ผู้โดยสารวิ่งกระหืดกระหอบ ไปขึ้นรถกลางถนนไม่ได้

เฉพาะเจ้าระบบนี้ ต้องอัพราคาไปอีกคันละ 3 แสนบาท

แค่นี้น้อยไป ภายในรถจะต้องมีจอแอลอีดี ไว้เป็นป้ายบอกจุดหมายปลายทาง บอกสถานีปัจจุบันและสถานีถัดไป…ยิ่งเหมือนรถไฟฟ้าเข้าไปใหญ่

และเพื่อให้เข้ายุคสมัยโจรชุกชุม ยังระบุสเปกให้ติดกล้องวงจรปิดภายในรถที่สามารถ บันทึกภาพได้ในระบบดิจิตอล เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง

โจรขึ้นมาลักวิ่งชิงปล้น หรือพวกโรคจิตวิปลาสขึ้นมาทำอะไรมิดีมิร้าย มีภาพให้ตำรวจไปไล่จับได้ไม่ผิดตัว…รถเมล์ทั่วไปไม่มี

เฉพาะตัวอย่างที่กล่าวมารวมแล้ว ราคาตัวรถ BRT แพงกว่ารถเมล์สุดหรูของ ขสมก.ไปแล้วร่วม 3 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเหมาซ่อมอีกต่างหากที่ต้องบวกเพิ่มไปอีก… รวมทั้งหมดเบ็ดเสร็จ เป็นทั้งหมด 8.6 ล้าน

ในขณะที่รถเมล์ของ ขสมก.คันละ 5 ล้าน เป็นราคาเฉพาะตัวรถ…ยังไม่รวมค่าเหมาซ่อมที่คิด ต่างหาก ในราคา 7.50 บาท ต่อ 1 กม.

รถคันหนึ่งวิ่งวันละ 250 กม. ค่าเหมาซ่อมตกวันละ 1,875 บาท ปีละ 684,375 บาท เหมาซ่อมตลอดอายุการใช้งาน…ถ้า 10 ปี เฉพาะค่าซ่อมก็เกือบ 7 ล้านบาทต่อคัน

รวมแล้วรถเมล์ ธรรมด๊าธรรมดา ราคาปาเข้าไปคันละ 12 ล้านนะท่าน…ดีเอสไอ จะว่าแพงเวอร์เกินไปไหมเนี่ย

นายไม่สั่ง ไม่พยักหน้าถือว่า…ราคาสมเหตุสมผล.
 
 

Advertisements
This entry was posted in ข่าวตัดมา. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s