BRT หักเหลี่ยมฮั้ว ประชานิยมเสียเชิง

  
BRT หักเหลี่ยมฮั้ว ประชานิยมเสียเชิง [22 เม.ย. 51 – 17:00]
http://www.thairath.co.th/news.php?section=hotnews&content=86930
การเมืองไทยพัฒนามาไกลเข้าสู่ยุค ”ประชานิยมนอมินี” ขบวนการคอรัปชันฮั้วประมูลพัฒนาไปไกล…ไม่แพ้กัน

ถึงขั้นเรียกได้ว่า…สิ่งที่มองเห็น อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่เราเห็นก็เป็นได้

เพราะภาพที่เขาให้เราได้เห็นไม่ต่าง…มายากลลวงตา

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด โครงการประมูลรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ หรือรถเมล์บีอาร์ที (BRT) ของกรุงเทพมหานคร ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเขย่าเก้าอี้ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ทั้งที่เพิ่งเจอกรณีจัดซื้อรถเรือดับเพลิงที่ นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าฯคนเก่าทำค้างไว้ เล่นงานไปหมาดๆ

การจัดซื้อรถเมล์ BRT ยังตามมากระหน่ำซ้ำเติม เมื่อ คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร เข้าร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ…การประมูลจัดซื้อรถโดยสารบีอาร์ทีของ กทม. ไม่ชอบมาพากล

ชื่อยี่ห้อคนร้องเรียน…ดูเหมือนจะเกี่ยวข้อง มีดีกรีเป็นถึงอดีตปลัด กทม.ย่อมต้องรู้ลึกรู้ดี…แต่เมื่อแง้มไปดูประวัติ กลับมีภาพมายาบางฉากซ่อนอยู่

คนร้องเกษียณราชการไปตั้งแต่ปี 2549…การเปิดประมูลนี้เกิดขึ้นต้นปี 2551

ฐานะหน้าที่การงานไม่เกี่ยวข้อง แต่เหตุผลของการร้องเรียนฟังขึ้น…ได้รับเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการใน กทม. อดีตผู้ใต้บังคับบัญชา จึงน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง

ฮั้วประมูลมีจริงแท้แน่นอน!

ประเทศไทยประมูลงานราชการที่ไหนบ้าง ไม่มีฮั้ว…ถึงไม่มีใครไปร้องเรียน คนทั้งประเทศแบเบอร์เชื่อไปกว่าครึ่งว่า มีจริง

ยิ่งได้อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ออกมาร้องเรียนประโคม ให้เป็นข่าวด้วยแล้ว…ภาพที่ปรากฏออกมาให้สังคมได้เห็น บริษัทที่ชนะการประมูล มีนอกมีในอย่างไม่ต้องสงสัย

ในกรณีนี้ บริษัท เบสท์ลิน กรุ๊ป จำกัด ผู้ชนะการประมูลจึงถูกจับตามอง

ยิ่งรถที่บริษัทจะนำมาใช้ในการเดินรถบีอาร์ทีนี้ เป็นรถจากประเทศจีน ยี่ห้อ โกลเด้น ดราก้อน แน่นอนข้อหาที่พ่วงตามกันมา หนีไม่พ้น…

มีการฮั้วล็อกสเปกให้ค่ายรถยนต์จากจีนได้ประโยชน์

สิ่งที่เราเห็น จะเป็นเหมือนที่เราเห็น…หรือเป็นแค่เพียงภาพมายากล

จะแยกแยะฉากหลังของมายากลให้ออก ไม่ต้องดูอื่นไกล…ดูตรงสเปกที่ว่าล็อก ล็อกให้ค่ายไหนกันแน่…ค่ายไหนได้ประโยชน์จากสเปกไปเต็มๆ

 

ตัวอย่างสเปกแรก เครื่องยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติอัด (NGV) ที่ได้มาตรฐานไอเสียไม่ต่ำกว่า ยูโร 3

รถเมล์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบนี้ มีผลิตอยู่ใน 3 ประเทศ สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี กับอิตาลี…ส่วนจีน ญี่ปุ่นไม่มี

สเปกต่อมา ระบบเบรกต้องมีดิสก์เบรกทั้งล้อหน้า ล้อหลัง…คนธรรมดาอาจจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา รถเก๋งก็มีดิสก์เบรกไม่เห็นจะแปลก

แต่คนที่อยู่ในวงการบอกว่า รถเก๋งมีไม่เป็นไรมีปัญญาซื้อของแพงก็ซื้อไป แต่รถเมล์รถโดยสารนั่น จะมีดิสก์เบรกไม่ใช่เรื่องธรรมดา มันเป็นเรื่องใหญ่เอามากๆ

รถเมล์ที่จะมีระบบดิสก์เบรกทั้งคันได้… ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่เอาเงินไปซื้อดิสก์เบรกแล้วมาติดกับรถได้เลย

เพราะรถเมล์ที่จะติดตั้งระบบดิสก์เบรกได้ โครงรถและเพลารถจะต้องได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษถึงจะติดตั้งได้

โครงและเพลารถเมล์ที่สามารถติดตั้งระบบดิสก์เบรกได้ ในโลกใบนี้มีโรงงานอยู่แค่ 2 แห่งเท่านั้นที่ทำได้…

ZF ของเยอรมนี กับ Laba ของฮังการี

สเปกถัดมา ระบบเกียร์อัตโนมัติ…เกียร์แบบนี้สำหรับรถเมล์ ในโลกนี้ก็มีอยู่ 2 ประเทศที่ทำได้ สหรัฐอเมริกา กับเยอรมนี

เห็นสเปกแล้ว…ลงเอยไปที่ยุโรป กับเยอรมนีเป็นหลัก…

จีน ญี่ปุ่นหากินแทบไม่ได้เลย

ล็อกสเปกให้ค่ายไหน ยังเห็นแค่เงารางๆ

จะเห็นเบื้องหลังให้ชัดสุดๆ ต้องดูที่การประมูลรถ BRT ไม่ได้ ประมูลแค่ครั้งเดียว…ประมูล 2 ครั้ง

ไคลแมกซ์ของการฮั้วอยู่ตรงครั้งแรก มีหลักฐานให้เห็นแบบ บังเอิ๊ญบังเอิญ

ประมูลครั้งแรก เปิดให้เอกชนมาซื้อซองประมูลในกลางเดือนตุลาคม 2550 มีผู้มาซื้อซองไปทั้งหมด 18 ราย…ส่วนใหญ่เป็นค่ายรถจากยุโรป ด้วยเหตุผลสเปกเป็นใจ

9 พ.ย. 2550…วันยื่นซองประมูล

ปรากฏว่า ทั้ง 18 ราย…ไม่มีใครมายื่นซองประมูลแม้แต่รายเดียว

พร้อมใจกันเบี้ยว โดยไม่ได้นัดหมาย…ไม่ได้ร่วมด้วยช่วยกันฮั้วอย่างนั้นหรือ?

แค่นั้นไม่พอ เมื่อพร้อมใจไม่ไปยื่นประมูล…เกิดปรากฏการณ์ อภินิหารโดยไม่ได้นัดหมาย…อีกแล้ว…ครับท่าน

14 พ.ย. 2550…บริษัทประกอบรถยนต์ขาใหญ่ที่มักจะเป็นหัวโจกออกมาขู่ขอขึ้นค่ารถเมล์เป็นนิจ รวมทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ค่ายยุโรปหลายบริษัท ที่พร้อมใจกันเบี้ยวไม่ยอมยื่นประมูล มีจดหมายไปยังกรุงเทพมหานครพร้อมกัน…เหมือนไม่ได้นัดหมายมาก่อน

เนื้อความในจดหมาย และทั้งที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสาเหตุ ที่ไม่ยอมประมูลให้เหตุผลมิต่างกัน…วงเงินงบประมาณที่ทาง กทม.ตั้งไว้น้อย

งบประมาณที่ กทม.ตั้งไว้จะซื้อรถ 45 คัน เป็นเงิน 388 ล้านบาท หรือตกคันละ 8.6 ล้านบาท

จะให้เขาประมูลล่ะก็ กทม.ควรที่จะปรับวงเงินงบประมาณขึ้นไปอีกหน่อย เป็น 495 ล้านบาท หรือคันละ 11 ล้านบาท

พูดง่ายๆ คือ ขอกำไรเพิ่ม ไม่มากไม่มายแค่คันละ 2 ล้านกว่าๆ เท่านั้นเอง…45 คัน เพิ่มแค่ 100 ล้านเอง

นี่คือภาพมายากล ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น

หาญกล้าขอเพิ่ม เพราะนี่คือโอกาสทอง จังหวะทอง…ด้วยเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน ผู้ว่าฯอภิรักษ์จะครบเทอม

ถ้าไม่รีบประมูล ไม่ปรับขึ้นราคาตามที่ฝ่ายผู้ประกอบการร้องขอล่ะก็…

รถบีอาร์ทีเสร็จไม่ทันเลือกตั้งเป็นแน่!

ที่เคยสัญญาไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ เมื่อปี 2547 ว่าจะทำรถบีอาร์ทีให้คนเมืองกรุงได้ใช้ เสร็จไม่ทัน ผู้ว่าฯลงเลือกตั้งอีกหน เดือนกันยายนนี้…ล่องจุ๊นแน่

ขบวนการร่วมด้วยช่วยกันฮั้ว ฝันหวาน…แผนการจับรถบีอาร์ทีเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่ประมูล ในช่วงเวลาใกล้เลือกตั้งอย่างนี้

ยังไงซะฝ่ายการเมือง ที่ต้องการแปลงรถบีอาร์ทีเป็นคะแนนประชานิยม ต้องยินยอมจ่ายค่าไถ่อย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ผิดคาด…กทม.ไม่ยอมปรับขึ้นราคาตามคำขู่ ถัดมาไม่กี่วัน เปิดการประมูลใหม่อีกรอบ เป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 20 ธ.ค. 2550

เจ้าเก่า 18 ราย โบกมือบ๊ายบายไป 6…มีเจ้าใหม่เพิ่มเข้า คราวนี้บริษัท จีนเปิดศึกชิงประมูลด้วย และก็ชนะไปด้วยราคาต่ำสุดคันละ 8.6 ล้านบาท

ตรงตามเป้างบประมาณที่ทาง กทม.ตั้งไว้…บริษัทหน้าใหม่จากจีน เปิดศึกประมูลตัดราคาแซงหน้าเจ้าเก่าขาใหญ่

จากนั้นไม่กี่วัน…ภาพมายากลฮั้ว ก็ปรากฏเป็นข่าว ชี้เป้าไปอีกทาง เพราะเมื่อคดีเป็นเรื่องเป็นราวถึงดีเอสไอ ที่วันนี้หัวขบวนเปลี่ยนสถานะ ไปยืนคนละฝั่งพรรค โครงการบีอาร์ทีคงต้องหยุดชะงักไปอีกนาน

เข้าตำรา ฉันไม่ได้กิน คุณก็อย่าหวังว่าจะชนะเลือกตั้ง

ส่วนประเทศชาติจะฉิบหาย ประชาชนจะเสียโอกาสก็ช่างหัวมัน…เพราะที่นี่ประเทศไทย.
 
 

Advertisements
This entry was posted in ข่าวตัดมา. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s